เจมส์ วอร์ด-พราวส์ กับคนสำคัญที่มากกว่า แดนนี่ อิงส์

เจมส์ วอร์ด-พราวส์ กับคนสำคัญที่มากกว่า แดนนี่ อิงส์

เจมส์ วอร์ด-พราวส์ กลายเป็นนักเตะที่เด่นที่สุดในสนามที่ เซาแธมป์ตัน บุกไปเอาชนะ แอสตัน วิลล่า ได้ด้วยสกอร์ 4-3 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นการยัดเยียดกับฝันร้ายให้กับทีมของ ดีน สมิธ หากคิดที่จะมองไกลเกินเป้าหมายของทีมในช่วงที่ผ่านมา โดยกองกลางวัย 26 ปี ทำได้ 2 ประตูในเกมนี้ ในขณะที่ แดนนี่ อิงส์ กองหน้าตัวเก่งทำได้ 1 ประตู นับเป็นอีกหนึ่งเกมที่สร้างเซอร์ไพรส์ได้เหมือนกัน เมื่อผลงานของเจ้าบ้านมาดีเหลือเกิน

ใครจะไปคิดว่าเซาแธมป์ตันจะทำผลงานโหดได้อย่างต่อเนื่องแบบนี้ เมื่อเอาชนะเบิร์นลี่ย์ และเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนมาได้ ก่อนที่จะบุกไปเสมอกับเชลซีด้วยสกอร์ 3-3 ยังตามด้วยการเปิดบ้านเอาชนะเอฟเวอร์ตันได้ 2-0 ซึ่งเป็นทีมที่มาแรงในสัปดาห์ที่แล้ว พร้อมกับยัดเยียดความปราชัยเกมแรกของฤดูกาลให้กับทีมของคาร์โล อันเชล็อตติ ก่อนที่จะมาสร้างผลงานในถิ่นวิลล่า พาร์คอีกครั้ง

กับชัยชนะในเกมนี้ของเซาแธมป์ตันช่วยให้ทีมกระโดดขึ้นมารั้งอยู่ในอันดับที่ 3 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกทันที หลังจากผ่านไปแล้ว 7 เกม เก็บได้ 13 คะแนน มีคะแนนตามหลัง ลิเวอร์พูล จ่าฝูงของลีกอยู่ 3 คะแนนด้วยกัน ใครจะไปคิดว่าทีมที่แพ้ให้กับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สคาบ้านด้วยสกอร์ 5-2 จะสามารถทำผลงานออกมาได้แบบนี้

วิลล่าเริ่มต้นเกมนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อเป็นฝ่ายที่เปิดเกมรุกเข้าใส่เซาแธมป์ตัน แต่ทีมของราล์ฟ ฮาเซนฮุทเทิล กลับเริ่มทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่จะได้ประตูขึ้นนำจากการเปิดฟรีคิกของวอร์ด-พราวส์และเป็นยานนิค เวสเตอร์การ์ดโหม่งเข้าประตูไป โดยเซาแธมป์ตันยังได้อีก 2 ประตูจากการยิงฟรีคิกของวอร์ด-พราวส์ในนาทีที่ 33 และ 45 กับช่วงเวลาที่เหมาะสม

วอร์ด-พราวส์เพิ่งจะออกมาเปิดเผยเมื่อไม่นานนี้ว่าตัวเขามีไอดอลอย่าง แฟร้งค์ แลมพาร์ด และ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด สองตำนานของเชลซี และลิเวอร์พูล ตามลำดับ เช่นเดียวกับการลงเล่นในตำแหน่งบ็อกซ์ ทู บ็อกซ์ และการทำประตูจากฟรีคิกของวอร์ด-พราวส์ ทำให้เจ้าตัวทำสถิติแซงหน้าการทำประตูจากฟรีคิกของแมตต์ เลอ ทิสซิเอร์ ตำนานของทีมไปแล้ว เมื่อวอร์ด-พราวส์ทำได้ 8 ประตู ในขณะที่ตำนานวัย 52 ปี ทำเอาไว้ 7 ประตู

แน่นอนว่าผลงานของเซาแธมป์ตันในช่วงที่ผ่านมา เป็นอิงส์ที่ทำผลงานออกมาได้ดี กับสถิติการทำประตู และก็มีส่วนช่วยอย่างมากกับการหนีตกชั้นเมื่อฤดูกาล 2019-20 แต่กับสิ่งที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ หลังจาก ปิแอร์ เอมิล ฮอยเบิร์ก ย้ายออกไป วอร์ด-พราวส์ได้รับสวมปลอกแขนกัปตันทีมและดูจะทำให้นักเตะมั่นใจมากกว่าเดิมและสร้างผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *